รีบเช็กให้ดีๆ เพราะแค่สังเกตหัวไหล่ก็ช่วยตรวจสอบได้แล้วว่าร่างเราสามารถป้องกัน โรคฝีดาษลิง ได้ระดับหนึ่งแล้ว โดยรอยแผลเป็นบนไหล่ที่เป็นรอยฉีดวัคซีนเมื่อตอนแรกเกิด
แม้ โรคฝีดาษลิง ถูกคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นโรคที่มีมาเนิ่นนานแล้วก่อนที่จะกลับมาเป็นกระแสความหวั่นวิตกคนทั่วโลกในชั่วโมง พ.ศ. นี้ จนองค์การอนามัยโลกประกาศเฝ้าระวัง แต่ผลแล็ปก็ออกมายืนยันว่าโรคนี้ยังไม่พบหลักฐานว่ามีการกลายพันธุ์ ประกอบกับอาการของโรคไม่รุนแรง ทำให้โล่งใจได้เปราะหนึ่งว่าหากได้รับการรักษาดีๆก็สามารถหายได้ หรือมีภูมิคุ้มกันจากการปลูกฝีหรือวัคซีน ก็เพิ่มความปลอดภัยได้เยอะทีเดียว
โดย นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊กว่าคนไทยบางส่วนอาจมีภูมิต้านทานโรคฝีที่อาจครอบคลุม โรคฝีดาษลิง แล้ว เพียงสังเกตที่รอยแผลเป็นบนไหล่ ว่ามีรอยอย่างไร
ซึ่งลักษณะรอยแผลเป็นกันโรคฝีดาษลิงนี้ บริเวณหัวไหล่จะเห็นตุ่มนูนๆ เป็นวัคซีนกันวัณโรคบีซีจี และแผลหลุมราบๆ เป็นวัคซีนไข้ทรพิษฝีดาษ นอกจากนี้คุณหมอยังให้ความรู้ว่าประเทศไทยหยุดฉีดวัคซีนแบบดังกล่าวในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2527 เนื่องจากถือว่าไข้ทรพิษได้สูญไปจากโลกแล้ว ดังนั้นคนที่เกิดก่อนปี 2523 ในประเทศไทย(อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป) น่าจะยังมี ภูมิคุ้มกันฝีดาษลิง อยู่แต่ไม่ทั้งหมด
ซึ่งอิงข้อมูลตามคุณหมอแล้ว ก็เท่ากับว่าคนรุ่นใหม่อย่างเราเป็นไปได้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันป้องโรคฝีดาษลิง รวมถึงเป็นสาเหตุหนึ่งของการกลับระบาดของโรคฝีดาษลิง นับตั้งแต่โลกของเราหยุดฉีดวัคซีนป้องกันโรคทรพิษไป หากเป็นเช่นนั้นจริง การฉีดวัคซีนกันฝีดาษไข้ทรพิษที่หวังผลต่อไข้ฝีดาษลิง จำเป็นต้องเริ่มใหม่อีกครั้งทั้งโลกหรือเปล่า?
ร่วมติดตามข้อมูลสุขภาพและข่าวเคลื่อนไหวโรคต่างๆ ต่อได้ที่ iNN Lifestyle
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews
ขอบคุณข้อมูลจาก