ตำรวจจับเครือข่ายชาวไต้หวัน ใช้ไทยเป็นฐาน หลอกร่วมลงทุนเหรียญสกุลเงินดิจิทัล และรับแลกเปลี่ยนเงินผิดกฎหมาย พบมีผู้เสียหายหลายร้อยคน มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร.(PCT) แถลงผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา ชาวไต้หวัน 6 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายหลอกลวงลงทุนสกุลเงินดิจิทัล โดยเข้ามาเช่าอาคารพาณิชย์ ย่านศรีนครินทร์ ใช้เป็นฐานหลอกผู้เสียหายชาวจีน และไต้หวันกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 120 ล้านบาท
โดยกลุ่มผู้ต้องหา มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงชาวไต้หวัน ในรูปแบบหลอกให้ร่วมลงทุนเหรียญสกุลเงินดิจิทัล และรับแลกเปลี่ยนเงินผิดกฎหมาย มีการแบ่งหน้าที่กันทำ และใช้บัญชีธนาคารสัญชาติจีน เป็นเส้นทางการเงินในการกระทำความผิด
จากการตรวจสอบพบว่า ในจำนวนผู้ต้องหากลุ่มนี้ 2 คน มีหมายจับคดีฉ้อโกงประชาชนผ่านโทรศัพท์และระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
เบื้องต้น ได้มีการดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้มีการเพิกถอนวีซ่าก่อนผลักดันส่งกลับประเทศต่อไป และจากนี้ จะมีการประสานตำรวจไต้หวันขยายผลเพิ่มเติม
สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะพบว่าเป็นกลุ่มใหญ่มาเช่าบ้านหลังเดียวอยู่ มีการเข้าออกสม่ำเสมอและมีการใช้อินเทอร์เน็ต ตอนกลางคืนจะทำงานตลอด ส่วนการเข้ามาในประเทศช่วงที่ไทยมีการปิดประเทศเนื่องจากโควิด-19นั้น พบว่าการเข้ามาของคนกลุ่มนี้วีซ่าจะแตกต่างกัน เช่น เข้ามาทำงาน และบางคนเข้ามาท่องเที่ยว
แต่เมื่อเข้ามาแล้วไม่ได้เป็นไปตามที่ระบุไว้แต่มีการลักลอบทำงานผิดกฎหมายและหลอกลวงประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่มีการติดตามและประสานข้อมูลกับประเทศต่างๆและมีทั้งที่ประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามา ซึ่งรายละเอียดไม่สามารถลงลึกได้เพราะจะส่งผลต่อแนวทางการสืบสวนสอบสวน
ด้าน พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าสถิติคดีออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 29 พฤษภาคม 2565 พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 30,029 ราย
โดยความผิดที่พบมากที่สุด คือ หลอกให้ซื้อสินค้าและไม่ได้รับสินค้า กว่า 10,000 คดี รองลงมา คือ หลอกให้ทำงานออนไลน์ กว่า 3,600 คดี และ หลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน กว่า 2,900 คดี จึงแนะนำประชาชน ก่อนจะโอนเงินหรือทำธุรกรรมใด ๆ ขอให้ตรวจสอบให้รอบคอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews