“มาริษ” นำถกสมช.วางไทม์ไลน์ 1 เดือน เคาะตัดไฟไปเมียนมา

“มาริษ”นำ สมช.ถก สถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมาครั้งแรก สั่งบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวข้อง ป้องกันอาชกรรมข้ามชาติ-ออนไลน์สแกม ขู่ฟันหาก จนท.รัฐเอี่ยว วางไทม์ไลน์ 1เดือน ตัดสินใจตัดไฟไปเมียนมา
นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยภายหลังการประชุม คณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา ครั้งที่ 1/2568 ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งแรก ซึ่งได้เน้นย้ำให้ทุกรายการดำเนินการอย่างเต็มที่และประสานงานกันอย่างบูรณาการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำให้เกิดความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามบริเวณชายแดนไทยเมียนมา รวมถึงการป้องกันปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติทั้งปัญหายาเสพติดและ ออนไลน์สแกม
รวมถึงต้องการเห็นการค้าขายชายได้กลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้สามารถค้าขายตามแนวชายแดนตามปกติ จึงได้เน้นย้ำไปที่การจัดระเบียบตามแนวชายแดนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดตาก ซึ่งวันนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดตากที่เดินทางมาร่วมประชุมด้วย
สำหรับกรอบแนวทางที่คุยกันวันนี้ที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายคน สิ่งของและสินค้าทรัพยากรต่างๆที่จะนำไปสู่กิจกรรมที่นำไปสู่การก่อให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะเดียวกัน จะมีมาตรการในการติดตามไม่ให้บุคคลต้องสงสัยเข้าไปในพื้นที่ชายแดนเพื่อไปใช้ประโยชน์ในประเทศไทยหรือไปก่ออาชญากรรมและกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ รวมถึงคนต่างชาติหากพบว่ามีบุคคลที่ต้องสงสัยจะต้องมีการควบคุมตามมาตรการอย่างเข้มงวด
ในส่วนของสินค้าหรือวัตถุและทรัพยากรอื่นๆก็จะมีการเพิ่มเข้มงวดกวดขันในการตรวจสอบตามช่องข้ามแดนทุกประเทศ รวมถึง ตามช่องทางธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมมีมติว่าจะต้อง เพิ่ม การประชาสัมพันธ์ให้ชาวไทยและเมียนมาให้รับทราบเพื่อให้เกิดความร่วมมือตามมาตรการดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพ ด้านความร่วมมือกับทางต่างประเทศก็จะมีการร่วมมือกับทางประเทศต้นน้ำ คือประเทศจีน และประเทศที่มีชายแดนติดกันประเทศ คือเมียนมา รวมถึงในภูมิภาคอาเซียนด้วย
สำหรับการปฏิบัติจะให้มีคณะการทำงานโดยเลขา สมช.เป็นประธานเพื่อทำหน้าที่บูรณาการระดับนโยบาย ซึ่งได้มอบหมายให้เลขาสมช.บูรณาการองค์กรที่มีอยู่แล้วรวมทั้งกลไกด้านกฎหมายการปฏิบัติระเบียบปฏิบัติต่างๆที่มีอยู่แล้ว หรืออาจจะต้องมีการพิจารณามาตรการหรือระเบียบใหม่ออกมาชั่วคราวเพื่อการขอความร่วมมือระหว่างองค์กรต่างๆ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ให้ได้มากที่สุด
ในระดับการพื้นที่จะมอบหมายศูนย์บัญชาการชายแดนเมียนมา ที่จังหวัดตาก โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานซึ่งวันนี้ได้เดินทางเข้ามาร่วมประชุมด้วยและได้เห็นภาพการบริหารจัดการในพื้นที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องไปพิจารณาว่าบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานนำมาพูดคุยกันเพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ว่าแต่ละส่วนจะต้องทำอะไรบ้าง พร้อมย้ำว่า หากปรากฏว่าส่วนราชการ หรือหน่วยงานใดมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยอมรับว่าในที่ประชุมมีการหารือเรื่องการตัดไฟไปเมียนมา ส่วนจะมีการตัดสินใจอะไรออกไป อยากให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาหารือในรายละเอียดก่อน โดยได้มอบให้นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายก่อนที่จะมีการตัดสินใจ
เมื่อถามว่าหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพหลักเพราะขณะนี้มีการโยนกันไปมาของหน่วยงาน นายมาริษ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ มีการมอบหมายงานให้ทางเลขาฯ สมช. ไปประชุมต่อ ก่อนจะนำความเห็นให้ที่ประชุมคณะกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คณะใหญ่เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจเป็นคนสุดท้าย
ส่วนจะใช้ระยะเวลานานหรือไม่ นายมาริษ ระบุว่า เท่าที่หารือกัน จะดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยวางไทม์ไลน์ไว้ไม่เกิน 1 เดือน พร้อมย้ำว่าต้องฟังเหตุผล และความสมดุลเพื่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย เมื่อถามว่ามีการเปิดเผยข้อมูลมี พลตำรวจอักษรย่อ ต.ไปเป็นหุ้นส่วนกับบ่อนการพนันในฝั่งนั้น จะมีการตรวจสอบหรือไม่ นายมาริษ ยอมรับว่า จะต้องมีการตรวจสอบ เพราะทุกอย่างจะต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ทั้งหมด
ส่วนที่ กฟภ.ได้มีการส่งทำหนังสือไปยังกรมเอเชียตะวันออกแต่ไม่ได้รับการตอบรับ นายมาริษ ชี้แจ้งว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ก่อนย้ำไม่ว่าจะเรื่องอะไร ขอให้นำสู่ที่ประชุม เพื่อให้เกิดความชัดเจนก่อน เพราะทุกอย่างมีหลายด้านต้องบูรณาการข้อมูลให้ชัดเจนก่อน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews