Home
|
ข่าว

ซักฟอกจริยธรรม “อิ๊งค์” อันตราย?

 

 

 

วันแรกของการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดย “โฟกัส” ไปที่ “นายกฯอิ๊งค์”เปิดหัวแบบพอหอมปากหอมคอของ “เท้ง” ผู้นำฝ่ายค้าน ที่ปูพรมว่าด้วยภาพกว้างตามญัตติในธีม

 

 

 

 

“ดีลแลกประเทศ” ของ “คนในครอบครัว” ตามมาด้วย “เปิดหัว” 10นาทีของ “ลุงป้อม” ที่กรุยทางชงประเด็นไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ การทำนิติกรรมอำพราง การยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จให้ “วิโรจน์” จาก “พรรคเด็ก-ประชาชน” มาตบอย่างดุดัน กล่าวหา “นายกอิ๊งค์” ทำนิติกรรมอำพรางออกตั๋ว PN ให้ครอบครัว รวมถึง การหนีภาษีโอนหุ้น 9 ปี รวมกว่า 218 ล้านก่อนเสียดเย้ยหากจ่ายภาษีตามหน้าที่พลเมืองไม่ได้ จะไว้วางใจให้บริหารประเทศได้อย่างไร

 

 

 

ในขณะที่ “จุลพงษ์ อยู่เกษ” ส.ส.พรรคประชาชน อภิปรายกล่าวหา “นายกฯอิ๊งค์”มีพฤติกรรมร่วมสมคบคิดกับคนในครอบครัว ใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อให้ไม่ต้องคืนที่ดินอัลไพน์กอล์ฟให้กับวัด หลังจากได้ถือหุ้นแทนบิดามาระยะหนึ่งยังได้เข้ามาเป็นกรรมการบริษัทช่วงปี 59-67“นายกฯอิ๊งค์” ทราบดีว่าควรต้องคืนที่ดินสนามกอล์ฟให้วัดหลังจากมีคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญาคดีทุจริตฯ แต่ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจไม่เคยแสดงเจตนาที่จะทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

 

 

 

ทั้งยังได้นำเรื่องสนามกอล์ฟมาต่อรองกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อจะได้รับค่าชดเชยจากกรมที่ดินกว่า 7 พันล้านบาทจากการที่ถูกเพิกถอนนิติกรรม การโอนที่ของวัด หากจะต้องโอนที่ดินคืนให้แก่วัด ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวของ “นายกฯอิ๊งค์” แสดงให้เห็นว่าเป็นบุคคลที่ไร้ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ไร้ธรรมมาภิบาล เห็นประโยชน์ส่วนตัวและบุคคลในครอบครัวมากกว่าผลประโยชน์สาธารณะ ทำให้ไม่สามารถไว้วางใจให้เป็นนายกฯ ได้อีกต่อไป

 

 

 

นอกนั้น ยังมี’ณัฐชา’ ที่ตีไปที่การแก้ปัญหาชาวนา และ ปลาหมอคางดำ ที่โยง “ทุนใหญ่” ที่ “นายกอิ๊งค์”ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แถมกรณี “ปลาหมอคางดำ” อนุมัติงบ 98 ล้านเหมือนซื้อพาราไปรักษามะเร็ง พร้อมถามรัฐบาลเพื่อไทยหัวใจนายทุนหรือไม่ หลังปรากฏภาพครอบครัวนายกฯ สนิทกลุ่มทุน โดยช่วงหนึ่งยังอภิปรายว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในยุครัฐบาลนี้ มีการบริหารผิดทิศผิดทาง

 

 

 

จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็น ในนามีสารเคมี ส่วนในน้ำมีหายนะครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งกำลังทำลายกลืนกินทุกสิ่งมีชีวิตในทุกแหล่งน้ำของประเทศ ในการระบาดของปลาหมอคางดำ ซึ่งนับเป็นอาชญากรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ทำให้เกิดความเสียหาย สูญเสียอาชีพ ทรัพย์สิน ความมั่นคงในชีวิต มองไม่เห็นอนาคตของเกษตรกร และประชาชนคนไทย หมดสิ้นซึ่งหนทางในการเลี้ยงสัตว์น้ำ เหลือแต่บ่อที่มีแต่ผักบุ้ง ที่บ้านนี้เมืองนี้ไม่ช่วยอะไรเขาเลย ตัวเลขความเสียหายประเมินมูลค่าคราวๆที่ 26,432 ล้านบาท นี่ยังไม่รวมมูลค่าทางอ้อม ที่กระทบต่อเศรษฐกิจ และการขาดดุลการค้าแล้ว เราจะให้ลูกหลานคนรุ่นหลัง ต้องรับชะตากรรม ที่น่าอับอายแบบนี้ต่อไปหรือ

 

 

 

ทำให้ต่อมานอกจาก “นายกฯอิ๊งค์” ที่อยู่ฟังในช่วงเช้าราว 1 ชม.ในช่วงเช้านอกจากจะลุกชี้แจงด้วยการเลียนแนวตอน “ลุงป้อม” เป็นรัฐบาล ที่เคยตอบการอภิปรายทำนอง“ที่พูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง” แล้ว ยังกลับเข้ามา ชี้แจงในช่วงบ่ายอธิบายสิ่งที่ถูก “วิโรจน์”และ “จุลพงษ์” อภิปรายไว้ในช่วงเช้า และมีการโยนให้ “หัวหน้าหนู-อนุทิน”ให้ชี้แจงปมการต่อรองระหว่างปัญหา “ที่ดินอัลไพน์” กับ “ที่ดินเขากระโดง”ที่โยงใยระหว่างครอบครัว “ชินวัตร” กับครอบครัว” ชิดชอบ” ที่ “หัวหน้าหนู” ก็ยืนยัน ไม่ได้มี “ดีล” แลกเปลี่ยนอะไรกันทางการเมือง ก่อนทิ้งท้ายให้กำลังใจ “สู้ๆ นายกแพทองธาร”

 

 

 

เรียกว่าภาพรวมการอภิปรายช่วงกลางวันของวันแรกแม้การเปิดหัวจะดูเรียบร้อยต่างจาก“ผู้นำฝ่ายค้าน” คนก่อนๆ ในอดีต แต่โดยเนื้อหาที่ “จัดหนัก” ถือว่าบรรดา “ตัวตึง” ในพรรคเด็ก รวมถึง “ลุงป้อม” ถูกมองว่าทำได้ดี ในขณะที่ฝั่งรัฐบาล การชี้แจงของ “นายกฯอิ๊งค์”ยังถูกมองว่ายังไม่สามารถตอบได้ครอบคลุมเข้าใจ อย่างที่ “อ.สมชัย”

 

 

 

โพสต์FBให้คะแนน ว่า “นายกฯอิ๊งค์”ที่ลุกขึ้นตอบไม่ถึงนาทีแบบไร้วุฒิภาวะ สร้างมุกตลก โดยใช้คำพูดในอดีตของพลเอกประวิตรสั้น ๆ“ที่สมาชิกผู้อาวุโสกล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง” คงนึกว่าเฉียบคม แต่เป็นตลกที่ดิสเครดิตตัวเองว่าเหมาะไปวิ่งเล่นกับลูกมากกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ให้คะแนน 1 เต็ม 10 และให้คะแนนทั้ง“ลุงป้อม”และ “พิมพ์พร” จาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เปิดหัวและขยี้การแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินเป็นเท็จ หากเป็นจริงจะถูกยื่นถอดถอนจาก ปปช.ได้ เช่นเดียวกับ” วิโรจน์” ที่ ขยายความต่อจาก “ลุงป้อม” ที่เข้มข้นทั้งลีลาเนื้อหา

 

 

 

กระนั้นที่หลายฝ่ายจับตา ประเด็น “เอาตาย” ไม่ได้ “แค่เอาอาย” ของ “ฝ่ายค้าน-พรรคเด็ก”คือประเด็นข้อกล่าวหา การที่ “นายกอิ๊งค์” เป็นบุคคลที่ไร้ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไร้ธรรมมาภิบาลเห็นประโยชน์ส่วนตัวและบุคคลในครอบครัวมากกว่าผลประโยชน์สาธารณะทำให้ไม่สามารถไว้วางใจให้เป็นนายกฯ ได้ ที่ประเด็นนี้หากมีการยื่นร้องเอาผิดต่อ “องค์กรอิสระ” ปปช.หากมีมูลอาจส่งผลกระทบต่อบรรดา ส.ส.รัฐบาลที่ยกมือไว้วางใจ “นายกฯอิ๊งค์” ที่ประเด็นนี้จะนำมาสู่ข้อกังวลของการ “เอาตัวรอด” ไม่เปลืองตัว หรือเป็นข้ออ้างของ “พรรคร่วมรัฐบาล” ในการโหวตลงมติ ไว้วางใจ “นายกฯอิ๊งค์” ในที่สุด.

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube