“รมว.อุตฯ” ลั่น! ไร้ดีลลับเลื่อนคดีเหมืองทองอัครา- ย้ำยึดกฎหมาย

“รมว.อุตฯ” ลั่น! ไร้ดีลลับเลื่อนคดีเหมืองทองอัครา- ย้ำยึดกฎหมาย-ผลประโยชน์ ปชช. ไม่ทำให้ชาติแพ้คดี – ยืนยันรัฐบาลจริงจิงแก้ฝุ่น PM2.5 การันตีตัวเลขการเผาลดลงจริง
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังนายอิทธิพล ชลธราศิริ สส.ขอนแก่น พรรคประชาชน กล่าวหารัฐบาลสั่งการให้เลื่อนการตัดสินคดีเหมืองทองอัครา 3 ครั้ง โดยยืนยันว่า ตั้งแต่ตนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ไม่มีการไปเจรดีลลับต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง
ซึ่งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยก้าวก่าย และตนก็ไม่เคยไปร้องขอต่อใคร พร้อมย้ำว่า ในคดีเหมืองทองนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง แต่ข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นระหว่างบุคคลกับเหมืองทอง แต่เป็นการฟ้องประเทศ ดังนั้น จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ประเทศแพ้คดี และในการดำเนินการใด ๆ ที่ผ่านมา ก็เพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบการเหมือง
ส่วนกรณีที่มีการเลื่อนการอ่านข้อพิพาทของอนุญาโตตุลาการนั้น นายเอกนัฏ ยืนยันว่า การเลื่อนตั้งแต่ตนปฏิบัตินหน้าที่ นายกรัฐมนตรี รัฐบาล หรือตนเองไม่เคยขอให้เลื่อน แต่ยึดขั้นตอนตามกระบวนการภายใต้กฎหมายทั้งหมด ไม่เคยมีการเจรจานอกรอบแต่อย่างใด และข้อพิพาทนี้ ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษา จึงไม่ควรปรักปรำว่า ใครผิดหรือถูก
ส่วนข้อกล่าวหาการออกอาชญาบัตรพิเศษทับพื้นที่อุทยาน หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวก็เคยขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ และจากการรับฟังการอภิปราย ตนก็สับสนว่า ฝ่ายค้านต้องการให้ตอบในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในปัจจุบัน หรืออดีต แต่เท่าที่ตนทราบขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามพระราชบัญญัติเหมืองแร่
ไม่มีการออกอาชญาบัตรพิเศษที่ผิดกฎหมาย หรือทับพื้นที่อุทยาน ดังนั้น จึงยืนยันว่า ในคดีเหมืองทองอัครา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่สามารถไปต่อรองแลกเปลี่ยนกระบวนการยุติธรรมได้ และตนก็ไม่เคยนำผลประโยชน์ของประเทศไปต่อรองกระบวนการยุติธรรม ทุกอย่างจึงต้องเป็นไปตามขั้นตอน และรักษาผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง
ส่วนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ตามที่นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ระบุถึงกรณีที่รัฐบาล ประกาศพื้นที่การเผาอ้อยที่เป็นปัญหาการเกิดฝุ่น PM2.5 ลดลง แต่จากการตรวจสอบกลับพบมีการเผามากกว่าที่รัฐบาลประกาศนั้น นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี และตนเองได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้
เพื่อหามาตรการแก้ปัญหาฝุ่นในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมย้ำว่า ปริมาณการเผาอ้อยในปีนี้ตามตัวเลขที่มีการตรวจวัด ลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์สูงสุดของประเทศ จึงไม่ทราบว่า ข้อมูลนายภัทรพงษ์ ได้นำตัวเลขมาจากที่ใด ซึ่งการเผาเพื่อส่งอ้อยนอกระบบไปผลิตเอทานอลนั้น ก็มีปริมาณ 1,000,000 ตัน จากปริมาณทั้งหมด 90 ล้านตัน หรือคิดเป็นเพียง 1% และใน 1% ของ 1,000,000 ตันซึ่งส่วนใหญ่เป็นอ้อยสด
นายเอกนัฏ ยังย้ำอีกว่า ที่ผ่านมามีการสั่งปิดโรงงานน้ำตาลไปแล้ ซึ่งสะท้อนว่า รัฐบาลในช่วงนี้มีความชัดเจน จริงจัง ในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งแม้เกษตรกรชาวไร่อ้อยจะได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลก็พยายามทำให้เอกชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุก และเกษตรกร ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี พร้อมเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ยังจะมีการออกมาตรการทำงานร่วมกับเกษตรกร และโรงงาน ในการกำจัดซากการเกษตร เพื่อไม่ให้เกิดการเผาจนเกิดฝุ่น PM2.5
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews