อิตาลี เปิดรังเอาชนะ ฮังการี ไปหวุดหวิด 2-1 รั้งรองจ่าฝูงกลุ่ม ขณะที่ ฮังการี มี 3 คะแนนเท่าเดิม ศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก
ฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดที่สอง ที่ สนาม โอโรเกล สเตเดี้ยม-ดิโน่ มานุซซี่ ระหว่าง อิตาลี ลงสนามพบ ฮังการี
อิตาลี ที่เสมอมาในเกมที่แล้ว ยังคงใช้นักเตะขุมกำลังใหม่ลงสนาม แดนกลางนำทัพโดย ลอเรนโซ เปลเลกรินี, ไบรอัน คริสตันเต้ และ นิโคโล บาเรลลา แนวรุก มัตเตโอ โปลิตาโน, วิลฟรีด ญอนโต้ และ จาโคโม ราสปาโดรี
ทางฝั่ง ฮังการี เพิ่งเปิดบ้านเอาชนะ อังกฤษ 1-0 ยังยึดผู้เล่นชุดเดิม โดยเปลี่ยนผู้รักษาประตู เดเนส ดิบุส ลงเฝ้าเสา โดยแนวรุกยังใช้ โรลันด์ ซัลไล, โดมินิค โซบอสไล, อดัม ซาไล ล่าตาข่าย
เริ่มเกมมา 2 นาทีแรก อิตาลี มีโอกาสลุ้นทันทีเมื่อ มัตเตโอ โปลิตาโน่ เปิดบอลให้ จานลูก้า มันชินี่ ได้โหม่งในเขตโทษ บอลเข้ากรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ เดเนส ดิบุสซ์ นายทวารทีมเยือน
นาที 21 อิตาลี มีลุ้นอีกครั้งจากการประสานงานของคู่เดิม มัตเตโอ โปลิตาโน่ เปิดบอลให้ จานลูกา มันชินี โหม่งอีกครั้ง แต่ก็ยังติดเซฟ
อิตาลี เอาประตูนำ 1-0 จนได้ในนาที 30 ได้บอลทางฝั่งขวาแต่ไม่มีมุมยิงจึงไหลมาหน้าเขตโทษให้ นิโกโล บาเรลลา จับแล้วซัดด้วยขวา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม
นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก อิตาลี นำเป็น 2-0 เมื่อ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ลุยทางขวาก่อนเปิดไปหน้าประตูถึงเสาไกล ลอเรนโซ เปลเลกรินี วิ่งมาแปง่ายๆ เข้าไปไม่พลาด
อิตาลี เกือบนำลูกสามเมื่อในนาที 55 มัตเตโอ โปลิตาโน่ ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนลากไปซัดเองด้วยซ้าย บอลผ่านมือ เดเนส ดิบุสซ์ ไปได้แล้ว แต่ว่าชนคานอย่างจัง ฮังการี รอดไปในจังหวะนี้
ฮังการี ที่โอกาสน้อยกว่ากลับตีไข่แตกได้ในนาที 61 เมื่อได้เปิดบอลยัดทางขวาเข้าเขตโทษ จานลูกา มันชินี พยายามสกัดบอลที่เสาแรกแต่กลายเป็นผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทำให้สกอร์เป็น 2-1
ทีมเยือนมีโอกาสอีกครั้งในนาที 78 อดัม ซาไล เปิดบอลให้ อันดราส เชเฟอร์ ยิงด้วยขวามุมแคบ แต่ว่าหลุดเสาออกหลังไปนิดเดียว
จบเกม อิตาลี เอาชนะ ฮังการี 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน รั้งรองจ่าฝูงกลุ่ม ขณะที่ ฮังการี มี 3 คะแนนเท่าเดิม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews