จากนี้ภาครัฐคงวางใจ นิ่งนอนใจนานๆคงไม่ดี หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” ในไทยรายแรกที่เป็นชาวต่างชาติ
คงจะนิ่งนอนใจไม่ได้กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะที่ผ่านมาอะไรที่ล่าช้าอาจทำให้การแพร่ระบาดเกิดวงกว้างจนนำไปสู่การปิดประเทศ หรือยุติกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจทำให้การเตรียมฟื้นตัวในปีหน้าลดลง แต่หากมองระยะเวลาที่ผ่านมาการยืนยันของกระทรวงคลังที่ย้ำว่ามีวงเงินรอรับสถานการณ์ได้แน่นอน
โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมามองว่าการแพร่ระบาดโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม โดยด้านมาตรการป้องเป็นเรื่องของด้านสาธารณสุข แต่ทางด้านกระทรวงการคลังจะต้องติดตาม เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวม
ส่วนกรณีที่มีคำถามว่า หากโอไมครอนระบาดจะมีเม็ดเงินในการเยียวยาอยู่หรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังมีเม็ดเงินจากพ.ร.ก.เงินกู้ 500,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังมีเม็ดเงินเหลือ 250,000 ล้านบาท ที่ใช้สำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจนั้นสามารถโยกวงเงินดังกล่าวมาใช้ได้ก่อนหากจำเป็น
ซึ่งจากการออกมาให้ความมั่นใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถือว่าสร้างความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมองภาคธุรกิจยังคง ขยาดกับสถานการณ์ที่ผ่านๆมา เพราะการล็อกดาวน์ภาคธุรกิจในหลายรอบอาจทำให้สายป่านขาดลงและต้องปิดตัวลงอย่างที่ผ่านๆมาในหลายรอบ
ขณะที่อีกเสียงยืนยันจากรัฐบาลจากฝั่งข้าราชการประจำอย่าง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า เศรษฐกิจไทยในปีหน้าเชื่อว่าจะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ที่จะขยายตัวได้ในอัตราร้อยละ 4 หรือมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ถึง 4.5 แม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวรัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการได้
อย่างไรก็ตามทางกระทรวงการคลังโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เตรียมแผน Package มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในช่วงเดือนมกราคม 2565 ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนภายในต้นเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งล่าสุดเศรษฐกิจไทยยังคงมีการกระตุ้นการจับจ่ายผ่านมาตรการ คนละครึ่ง และยิ่งใช้ยิ่งได้ไปจนถึงสิ้นปีนี้
แม้ทั้งสองจะมีความคิดเห็นตรงกันในการรับมือสถานการณ์ แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงติดตามประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด และการแพร่ระบาดของโอไมคอน จะเป็นวงกว้างมีผลกระทบมากน้อยเพียงใดคงต้องมาติดตามกันรวมไปถึงรูปแบบมาตรการรัฐที่จะออกมาในการผลักดันเศรษฐกิจในอนาคตจะเป็นอย่างไรไหวหรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news